บทความ

ดอกไม้ประจำประเทศฝรั่งเศส

ดอกไม้ประจำประเทศฝรั่งเศส ดอกไม้ประจำชาติฝรั่งเศส ดอกไม้ที่อยู่ในสกุลของไอริสมีอยู่มากกว่า 300 ชนิดทั่วโลก และในแหล่งกำเนิดที่ต่างกันก็มักจะทำให้ไอริสมีลักษณะของดอกและสีสันไม่เหมือนกัน ในภาษากรีก ไอริส แปลว่า สายรุ้ง ซึ่งมีตำนานมาจากเทพเจ้าไอริส เทพีแห่งสายรุ้ง แห่งภูเขาโอลิมปัส ไอริสเป็นฑูตสวรรค์ที่คอยส่งสารมายังโลกมนุษย์ตามสายรุ้ง ดอกไอริสจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของ ดวงตาสวรรค์ ไอริสมีใบเลี้ยง 3 ใบ ที่แสดงถึง ความศรัทธา , ความรอบรู้ และความกล้าหาญ กลีบดอก มี 3 กลีบ และมีกลีบเลี้ยงด้านนอกอีก 3 กลีบ บุรุษชาวกรีกมักปลูกไอริสไว้บนหลุมศพของหญิงที่เป็นที่รักของเขา เป็นการเคารพต่อเทพธิดาไอริส เพื่อให้นำดวงวิญญาณหญิงที่รักนั้นไปสู่สวรรค์ นอกจากดอกไอริสจะเป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศฝรั่งเศสแล้ว ยังถูกนำมาใช้สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และสื่อถึงประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย ดอกไอริสสามารถสวยสดคงทนอยู่ได้ประมาณ 3-7 วัน ดอกที่ยังตูมอยู่มักจะบานอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน การจัดแจกันสำหรับดอกที่ยังตูมอยู่ควรเว้นระยะห่างไว้สำหรับเมื่อดอกบานออกมาแล้วด้วย

ตำนานแหวนแห่ง ‘Joan Arc’ นักรบหญิงชาวฝรั่งเศส

ตำนานแหวนแห่ง ‘Joan Arc’ นักรบหญิงชาวฝรั่งเศส ผู้หยิบอาวุธสู้อังกฤษ และไม่เคยแพ้ชายใดสักครั้ง!! หลายๆคนคงเคยได้ยินเรื่องราวความบาดหมางระหว่างชาวอังกฤษกับฝรั่งเศสในอดีต ซึ่งในอดีตนั้นเค้ารบราฆ่าฟันกันมายาวนานกว่าหลายร้อยปี ในระหว่างนั้นก็มีนักรบที่มีชื่อเสียงโด่งดังเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ  Joan Arc  เป็นนักรบหญิงเพียงคนเดียวที่หยิบอาวุธขึ้นมาสู้รบกับชาวอังกฤษและยังไม่เคยได้รับความพ่ายแพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียวจนถูกชาวอังกฤษกล่าวหาว่าเป็นแม่มด เธอจึงถูกนำตัวไปเผาทั้งเป็น เป็นสาเหตุมาจากสมัยยุคกลางที่ศาสนาอยู่เหนืออำนาจการปกครองทุกสิ่ง ณ ตอนนั้น ใครที่ปฏิเสธคำสอนของศาสนาจะถูกตราหน้าว่าเป็นแม่มด เป็นอุบายของเหล่าผู้ปกครองที่ใช้ความกลัวต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ เพื่อทำให้ประชาชนอยู่ภายใต้การปกครอง และโทษของเหล่าแม่มดก็คือประหารชีวิตด้วยการเผาทั้งเป็น (ซึ่งการตามล่าหาแม่มดนี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดบ่อยครั้งไป) แต่อย่างไรก็ตามการกล่าวหาแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมนัก เพราะไม่มีการพิสูจน์ใดๆเกิดขึ้น(ทำไม่ได้) ใครที่ถูกกล่าวหา และมีข้ออ้างที่สมเหตุสมผลหน่อย ก็จะถูกนำไปประหารได...

ประวัติของ มารี อองตัวเนต "กุหลาบแห่งแวร์ซาย"

ประวัติของ มารี อองตัวเนต "กุหลาบแห่งแวร์ซาย" ตุลาคม ค.ศ. 1793 (พ.ศ. 2336) ปิดฉากชีวิตในแวร์ซายส์ของ มารีอองตัวเนต (Marie Antoinette) ราชินีแห่งฝรั่งเศสที่ฝูงชนแสนเกลียดชัง            มาเรีย แอนโทเนีย โจเซปปา โจฮันน่า (Maria Antonia Josepha Johanna)ประสูติเมื่อ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1755 (พ.ศ. 2298) ณ กรุงเวียนนา (Vienna) เป็นธิดาองค์ที่ 15 ของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1(Emperor Francis I) แห่งโรมัน ดยุคใหญ่แห่งแคว้นทัสคานี (แห่งราชสำนักลอเรนน์) กับสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถมาเรีย เทรีซา (Empress Maria Theresa)แห่งออสเตรีย มารี อองตัวเนตดำรงพระยศเป็น กษัตริย์ แห่งฮังการี และราชินีแห่งแคว้นโบฮีเมีย อาร์คดัชเชสแห่งออสเตรีย (แห่งราชสำนักฮับสบูร์ก) อาร์คดัชเชสมารี อองตัวเนต เติบโตขึ้นที่พระราชวังฮอฟบูร์ก (Hofburg Palace)ในกรุงเวียนนา และ ปราสาทชอนบรุนน์ พระนางใช้ชีวิตเจ้าหญิงแห่งฮังการีแบบอิสระ ถูกเลี้ยงดูมาแบบง่ายๆ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่เข้มงวดดังเช่นราชนิกูลในราชสำนักฝรั่งเศส ในด้านการศึกษานั้น พระนางอ่านออกเขียนได้เมื่ออายุเกือบสิบชันษา เขียนภาษาเยอรมันได้บ้...

ธงชาติฝรั่งเศส (le tricolore)

ธงชาติฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: le tricolore หรือ le drapeau bleu-blanc-rouge, เลอทรีกอลอร์ - แปลว่า ธงไตรรงค์ หรือ ธงสามสี ส่วน เลอดราโปเบลอ-บล็อง-รูฌ - แปลว่า ธงน้ำเงิน-ขาว-แดง) ธงนี้เป็นธงต้นแบบที่หลายๆ ประเทศนำมาดัดแปลงใช้เป็นธงชาติของตนเอง รวมทั้งธงชาติไทยด้วย ลักษณะของธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ประกอบด้วยริ้วธง 3 สี คือ สีน้ำเงิน สีขาว และสีแดง เรียงกันตามแนวตั้ง แต่ละริ้วมีความกว้างเท่ากัน สำหรับธงเรือประจำชาติฝรั่งเศส ใช้เป็นธงค้าขายและธงรัฐนาวีนั้นคล้ายกับธงชาติ แต่สัดส่วนความกว้างของริ้วธงแต่ละสีจะเป็น 30:33:37 แต่เดิมธงนี้มีที่มาจากธงสีแดงและน้ำเงินซึ่งเป็นสีธงประจำกรุงปารีส และธงสีขาว ซึ่งใช้เป็นธงประจำสภาสามัญชน มีความหมายถึงความบริสุทธิ์ และยังหมายถึงประเทศฝรั่งเศสด้วย เมื่อเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส ใน พ.ศ. 2332 ธงสามสี แดง-ขาว-น้ำเงิน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติที่นิยมแพร่หลายโดยทั่วไป เพื่อแสดงให้เห็นถึงการล้มล้างชนชั้นสูงซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในการเมืองการปกครอง แต่รัฐบาลปฏิวัติฝรั่งเศสได้รับรองธงนี้ให้ใช้เป็นธงชาติจริงเมื่อ พ.ศ. 2337

ที่มาของ เครป(Crêpes)

ที่มาของเครปพบว่ามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายพันปี ความจริงแล้วเราพบอาหารที่คล้ายคลึงใกล้เคียงกับเครปในทุกซีกโลก ไม่ว่าจะเป็นแพนเค้ก นาน ปิต้า โรตี ซึ่งมีส่วนผสมของแป้ง ไข่ น้ำตาล นม เนย แตกต่างกันที่วิธีการนำเสนอและส่วนผสมที่ปรุงแต่งกันเข้าไป เครปเป็นขนมที่ประกอบ ด้วยแป้งสาลี ไข่ น้ำตาล นม เนย นำมาผสมกันแล้วจะได้เป็นเนื้อแป้งแล้วเทลงกระทะ จะได้แผ่นแป้งเป็นวงกลม สีเหลืองทองสามารถใส่ไสได้ตามใจชอบทั้งของคาว ของหวานเครปมีลักษณะเป็นวงกลมสีเหลืองทองคล้ายกับดวงอาทิตย์ ใช้ในการเสี่ยงทายของสังคมการเกษตรซึ่งเชื่อกันว่าถ้าไม่ทำเครปใน “วัน ลา ฌองเดอเลอร์ (La Chandeleur)” ต้นกล้าของข้าวสาลีก็จะเป็นโรคและเหี่ยวเฉาตายไป ในที่สุด เทศกาลเครปนั้นจะมีเริ่มวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พระสันตะปาปา ( Gélase ) เป็นผู้นำประเพณีการกินเครป มีส่วนประกอบ ดังนี้ de la farine , des oeufs , du lait , du sel , du sucre และ du beurre เครปในอดีตมีการทาเนย โรยน้ำตาล หรือ ใส่ไส้ด้วยผลไม้ เห็ด เนยแข็ง และ แฮม แต่ปัจจุบันคิดปรับปรุงสูตรใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยและความนิยมของคนในประเทศนั้นๆ เครปที่ได้รับความนิยมที่ใส่ไส้มา...

โร้คฟอร์ชีส (Roquefort)

โร้คฟอร์ชีส (Roquefort) ชีสนี้เป็นต้นกำเนิดบลูชีสจากฝรั่งเศส ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในบลูชีสที่ดีที่สุดของโลก ทำจากนมแกะ ลักษณะเป็นเนื้อครีม นุ่ม ละลายในปาก บ่มนานไม่ต่ำกว่า 4 เดือน นิยมใส่สลัดพาสต้า เป็นของหวานหรือของกินเล่น โร้คฟอร์จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อกินคู่กับผลไม้เปลือกแข็งหรือลูกฟิก เบลอ โดแวร์ญ (Bleu d’Auvergne) บลูชีสเบอร์สองของฝรั่งเศส ทำจากนมวัว เป็นชีสเนื้อครีม ชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นสมุนไพรและดอกไม้ป่า มีรสจัด แต่อ่อนกว่าและราคาถูกกว่าโร้คฟอร์ นิยมใส่ในสลัดหรือกินเล่น เบลอ โดแวร์ญจะอร่อยที่สุดเมื่อเสิร์ฟที่อุณหภูมิห้อง กอร์กอนโซลา (Gorgonzola) สุดยอดบลูชีสของอิตาลี ผลิตในแคว้นลอมบาร์ดี ทำจากนมวัว ลักษณะเป็นเนื้อครีม รสอ่อน ใช้เวลาบ่มนาน 3 - 6 เดือน และมีไขมันเป็นส่วนประกอบถึง 48 เปอร์เซ็นต์ กอร์กอนโซลาจะให้รสชาติดีที่สุดเมื่อเสิร์ฟที่อุณหภูมิห้อง นิยมใส่สลัดอาหารประเภทเนื้อ พาสต้า ขนมหวาน หรือกินเล่น สติลตัน (Stilton) บลูชีสจากเมืองผู้ดีที่อาจเรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งบลูชีส สติลตันทำจากนมวัว มีเนื้อแน่น และรสชาติอ่อนกว่าโร้คฟอร์และกอร์กอนโซลา หน้าตาภายนอกเหมือนก้อนหินที่ปกคลุมด้วยไ...

วันชาติฝรั่งเศส(La Fête Nationale)

       วันชาติของฝรั่งเศส (La Fête Nationale)            วันชาติฝรั่งเศสตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันแห่งการปฎิวัติการปกครองจากระบบเจ้าขุนมูลนายไปสู่การปกครองในระบอบสาธารณรัฐ โดยประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ลุกฮือขึ้นต่อต้านการปกครองแบบยุกโบราณจนกระทั้งได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรกจากบุกเข้าทลายคุกบาสติลที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ประชาชน เมื่อ 209 ปีก่อนและนำไปสู่การล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้สำเร็จ โดยสมัชชาแห่งชาติได้กำหนดโครงสร้างกฏหมายฉบับใหม่ที่ยกเลิกการให้ความมีเอกสิทธิ์ ขจัดเรื่องสินบนและล้มเลิกระบบฟิวดัล(ระบบศักดินา) จากนั้นต่อมาจึงมีการจัดงานฉลองแห่งชาติขึ้นเรียกว่า “The Feast of the Federation” เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์จลาจลที่กองกำลังแห่งชาติจากทั่วประเทศได้เดินทางรวมพลกันที่ “Champs-de-Mars” ในกรุงปารีส              แต่พอหลังจากนั้นการจัดงานฉลองเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ของวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2332 ก็ต้องหยุดไปเนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศยังคงไม่ส...